วิหารกะอ์บะห์

วันที่ 6 ก.พ. 2556 )
 

 
ย้อน กลับมาที่นครมักกะห์ อีกซักหน่อย  คิดว่าชาวมุสลิมทั่วโลก หมายจะมาประกอบพิธีฮัจญ์ที่นี่ซักครั้งในชีวิตเพราะถือว่าเป็นเมือง ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเมืองประสูติของศาสดามูฮัมหมัด   ที่นี่มี วิหารรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำ อยู่ใจกลาง เรียกว่า กะบะห์ 
 
 แล้วกะบะห์มีความสำคัญอย่างไร?
 
กะบะห์  เป็นคำภาษาอาหรับ แปลว่า ลูกบาศก์ ตั้งอยู่ในใจกลาง มัสยิดฮะรอม ในนครมักกะห์ เป็น กิบลัต (ชุมทิศ, จุดหมายในการผินหน้าไป) ของมุสลิมยามนมาซ และเป็นสถานที่ฏอวาฟ (เวียนรอบ) ในการประกอบพิธีอุมเราะห์และฮัจญ์.....

มีคำบันทึกบอกเล่าว่า อาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดย นบีอาดัม  มนุษย์คนแรกเพื่อใช้เป็นสถานที่เคารพ สักการะอัลลอห์ในโลก แต่หลังจากนั้นก็พังทลายลงเมื่อเกิดเหตุการณ์ อุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ จนน้ำท่วมโลกในสมัยศาสดานูฮ์

คัมภีร์อัล กุรอาน (๒:๑๒๗ และ ๒๒:๒๖-๒๗) ระบุว่า กะบะห์ได้ถูกสร้างขึ้นโดยนบีอิบรอฮีมและ อิสมาอีล บุตรชายของท่านตามคำบัญชาของอัลลอห์ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการเคารพ สักการะพระองค์ หลังจากนั้นอัลลอห์ก็ได้บัญชานบีอิบรอฮีมให้เรียกร้องเชิญชวนผู้คนให้มา เคารพสักการะพระองค์ ณ ที่บ้านหลังนี้ นับตั้งแต่นั้นมา ผู้คนที่ศรัทธาในอัลลอห์ตามคำเชิญชวนของนบีอิบรอฮีมจากทั่วสารทิศก็ได้ทยอย กันเดินทางมาสักการะอัลลอห์ต่อเนื่องกันมาโดยมิได้ขาด เนื่องจากกะบะห์เป็นบ้านแห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่สำหรับการ เคารพสักการะอัลลอห์   ดังนั้น กะบะห์จึงได้รับการขนามว่า บัยตุลลอห์ บ้านแห่งอัลลอห์

หลังจากนบีอิบรอฮีมและอิสมาอีลเสียชีวิต ผู้คนในแผ่นดินอาระเบียได้ละทิ้งคำสอนของท่านทั้งสอง และได้นำเอาเทวรูปต่าง ๆ มาเคารพสักการะแทนอัลลอห์ หรือไม่ก็ตั้งเทวรูปขึ้นเป็นพระเจ้าควบคู่ไปกับอัลลอห์
 
จนกระทั่งมีเทวรูปรอบกะบะห์เป็นจำนวนมากมายถึงสามร้อยกว่ารูป ตั้งเรียงรายทั้งในและนอกกะบะห์ แต่หลังจากที่นบีมุฮัมมัดได้เข้ายึดนครมักกะห์แล้ว ท่านก็ได้สั่งให้ทำลายเทวรูปทั้งหมดที่อยู่ข้างในและรอบกะบะห์ ตั้งแต่นั้นมาแผ่นดินฮะรอมก็เป็นเขตปลอดเทวรูป ไม่มีการเคารพสักการะสิ่งอื่นใดนอกจากอัลลอห์แต่เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น
 
ในตอนที่ท่านมุฮัมมัดยังไม่ได้เป็นศาสดา ชาวนครมักกะห์ได้ร่วมแรงร่วมใจพากันซ่อมแซมกะบะห์ที่สึกหรอเนื่องจาก อุทกภัย แต่เนื่องจากทุนในการบูรณะอันเป็นทรัพย์สินที่บริสุทธิ์ที่เรี่ยไรมามีไม่ เพียงพอ ชาวนครมักกะห์จึงสามารถซ่อมแซมได้ไม่เหมือนกับอาคารดั้งเดิม ปล่อยให้ส่วนที่เรียกว่า ฮิญรุ อิสมาอีล (ห้องและที่ฝังศพของท่านนบีอิสมาอีล) ว่างอยู่ เพียงแต่เอาหินก่อขึ้นเป็นกำแพงกั้นไว้ ในเวลาต่อมาท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า หากมิเพราะ ยุคญาหิลียะห์เพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน ฉันก็คงจะต่อเติมกะบะห์ให้เป็นเช่นแบบเดิม

......ในสมัยที่อับดุล ลอห์ อิบนุซซุเบร หลานตาคอลีฟะห์ อะบูบักร์ แข็งเมืองต่อ อับดุลมะลิก บินมัรวาน คอลีฟะห์ (กษัตริย์) ซีเรีย ตั้งตนเป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองมักกะห์ งานชิ้นหนึ่งที่ท่านทำก็คือการบูรณะต่อเติมผนังกะบะห์ออกไปสองด้านจนถึง กำแพง ฮิจญ์รุ อิสมาอีล ให้อาคารกะบะห์เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทว่าเมื่ออับดุลลอห์แพ้ศึกและถูกสังหาร พวกทหารซีเรียกเผาและถล่มทำลายกะบะห์ที่อับดุลลอห์ทำไว้ แล้วให้สร้างขึ้นมาใหม่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเหมือนเดิมอีกครั้ง

 
 
 

 
 
 
กะบะห์ที่มีอยู่ในวันนี้ เป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหินธรรมชาติ ตัวอาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมมีความกว้างยาวด้านละประมาณ ๔๐ ฟุต และสูงประมาณ ๕๐ ฟุต  ผนังทั้งสี่ไม่มีหน้าต่าง มีแต่เพียงประตูด้านเดียว ข้างในว่างเปล่า ตรงมุมด้านหนึ่งของตัวอาคารเป็นที่ตั้งของ หินดำ (อัลฮะญัร อัลอัสวัด) ซึ่งในอดีตเป็นพลอยสีดำเม็ดใหญ่ แต่ต่อมาที่ได้แตกออกเป็นชิ้นเล้กชิ้นน้อย แต่ก็ยังตั้งอยู่ที่มุมข้างประตู ปกปิดด้วยแก้วและครอบทับด้วยเงิน ประตูของกะอฺบะหฺที่เปลี่ยนเมื่อเวลา ๒๐ ปีมานี้ ทำด้วยโลหะปิดด้วยทองคำบริสุทธิ์มีน้ำหนักประมาณ ๕๐ กิโลกรัม โดยมีข่าวออกมาว่า ช่างทองที่ทำประตูเป็นชาวไทยมุสลิม

        มุมที่ ติดตั้งพลอยสีดำนี้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นและจุดครบรอบของการเวียนรอบกะอฺบะหฺ ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่จำเป็นอย่างหนึ่งของการประกอบพิธีอุมเราะห์และฮัจญ์ 

        ตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน รัฐบาลผู้ปกครองมหานครมักกะห์จะมีหน้าที่เป็นผู้ดูแลกะอฺบะหฺและจัดเตรียม ความสะดวกให้แก่ผู้ที่มาทำฮัจญ์ สิ่งที่ต้องทำทุกปีคือการเปลี่ยนมุ้งกะบะห์ 

        ในซาอุดีอาระเบียจะมีโรงงานทอมุ้งนี้โดยเฉพาะ โดยจะมีช่างผู้มีฝีมือจากต่างประเทศมาทำมุ้งนี้โดยเฉพาะ มุ้งกะบะห์นี้ทอด้วยด้ายไหมสีดำ แล้วประดับด้วยการปักดิ้นทองเป็นตัวอักษรภาษาอาหรับวิจิตรงดงาม ตัวอักษรที่เขียนคือโองการจากอัลกุรอานและพระนามของอัลลอห์ เมื่อถึงเทศกาลฮัจญ์จะมีการเปลี่ยนมุ้งใหม่และยกขอบมุ้งขึ้นจนจนเห็นฝาผนัง ทั้งสี่ด้าน 

         เนื่องจากมุ้งนี้มีสีดำ จึงทำให้คนเข้าใจว่าหินดำคือตัวกะบะห์ แต่ความจริงแล้วหินดำคือพลอยสีดำที่ประดิษฐานอยู่ที่มุมกะบะห์ต่างหาก อีกอย่างกะบะห์เป็นชุมทิศ เวลานมาซจะมีการหันไปทางกะบะห์นี้ จึงทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ากะบะห์คือหินดำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวมุสลิมเคารพ บูชา ซึ่งความจริงแล้ว กะบะห์เป็นเพียงจุดศูนย์รวมและจุดศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของมุสลิมทั่ว โลกเท่านั้น
ข้อมูล : จากสารานุกรมเสรี
 
จำนวนคนอ่าน 180 คน จำนวนคนโหวต 0 คน