> Share
asean >> ก้าวทันอาเซียน
(ส.ปชส.นย.)จับทางเอสเอ็มอีไทย-เมียนมาร์รับเออีซี

วันที่ 6 มี.ค. 2558 )
 

จับทางเอสเอ็มอีไทย-เมียนมาร์รับเออีซี

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 ได้มีการจัดสัมมนา "ผ่าโอกาสธุรกิจ SMEs ไทยบุกเมียนมาร์” ในการนี้ด้านนายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมาร์ เผยหากจะทำธุรกิจในเมียนมาร์ภาพแรกที่นักธุรกิจไทยควรทำคือสลายเส้นเขตแดนแบ่งระหว่าง 2 ประเทศออกจากมโนภาพเสียก่อน หมายความว่าการดำเนินธุรกิจระหว่าง 2 ประเทศจะต้องอยู่ในรูปแบบไปด้วยกัน ไม่มีเส้นกั้นกลางระหว่างกัน ไม่ใช่แค่เส้นเขตพรมแดนเท่านั้นแต่รวมถึงทัศนคติระหว่างกันด้วย ขณะที่แผนโครงการต่างๆ ที่ไทยและเมียนมาร์มีโอกาสขยายธุรกิจร่วมกันที่แน่นอนและชัดเจน คือ โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายที่บริษัทไทยได้สัมปทานในการก่อสร้าง ซึ่งจะเสริมสร้างศักยภาพการขนส่งและเพิ่มขีดความสามารถในการค้าขายในต่างประเทศ

          เมียนมาร์ตั้งอยู่บนยุทธศาสตร์ที่สำคัญนอกจากท่าเรือที่กำลังจะก่อสร้างแล้ว เส้นทางบกที่เชื่อมต่อทั้งจากจีน อินเดีย ไทย ลาว และเวียดนาม คือความได้เปรียบทำให้เมียนมาร์เป็นที่จับตามองและสามารถขยับขยายฐานธุรกิจเพิ่มได้อีกมาก แต่สิ่งจำเป็นคือต้องจับทางให้ถูก กล่าวคือต้องจับสู่ทางธุรกิจ แต่ละประเภทให้ถูกว่าแนวทางสินค้าที่จะส่งไปบุกตลาดเมียนมาร์นั้นเขานิยมชมชอบสินค้าแบบไหน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเนื่องจากไทยและเมียนมาร์ค่อนข่างมีลักษณะสินค้าที่ใกล้เคียงกันอยู่แล้ว เพียงแต่อาจต้องปรับเปลี่ยนจุดเด่นของสินค้าให้โดนใจชาวเมียนทาร์เท่านั้นเอง

          มุมมองของนักธุรกิจ นายทวีศักดิ์ วิษณุโยธิน นักธุรกิจที่เข้าไปบุกเบิกตลาดเมียนมาร์มาเป็นเวลาหลายสิบปีกล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยควรเข้าไปศึกษาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของห่วงโซ่ธุรกิจที่จะเข้าไปดำเนินการในประเทศเมียนมาร์ว่าเป็นอย่างไร ตั้งแต่การผลิตการขนส่ง ด่านภาษี ไปจนถึงผู้คนชาวเมียนมาร์ว่าเขาชอบอะไร จะทำให้เห็นช่วงทางที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันราคาขนส่งยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนราคาสินค้าที่ส่งเข้าไปขายในเมียนมาร์สูง แต่เมื่อเทียบกับอดีตถือว่าถูกลงมาก และมีทีท่าว่าจะดีขึ้น หากได้รับการปรับปรุงสาธารณูปโภค เช่น ถนนหนทางรวมถึงทางรถไฟที่กำลังมีโครงการก่อสร้าง

จำนวนคนอ่าน 214 คน จำนวนคนโหวต 0 คน