กระทรวงอุตสาหกรรม ถก TikTok ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล ปราบสินค้าไม่ได้มาตรฐาน หนุนสินค้า SMEs ไทย

(28 ต.ค. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ร่วมหารือกับคณะผู้บริหารบริษัท ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ จำกัด เพื่อหาแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคบนแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งการพบปะครั้งนี้ TikTok ได้นำเสนอศักยภาพของแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างโอกาสทางการตลาดดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ผ่าน TikTok Shop ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น นอกจากนี้ TikTok ยังมีแผนการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มทักษะทางการตลาดดิจิทัลและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดึงดูดใจแก่ผู้ประกอบการ และได้หารือถึงความร่วมมือในการสร้างมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มออนไลน์ มุ่งเน้นการป้องกันการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดย TikTok ได้สนับสนุนที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาระบบตรวจสอบและควบคุมสินค้าที่มีคุณภาพและความปลอดภัย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมมือกับ TikTok ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และพัฒนากระบวนการคัดกรองสินค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงสื่อสารให้เห็นว่ากระทรวงอุตสาหกรรมและภาคเอกชนกำลังทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา และประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มีความปลอดภัย


อก. มุ่งมั่นทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน สร้างมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
“การแพร่กระจายของสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ขอขอบคุณ TikTok ที่ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยพร้อมที่จะร่วมมือกับภาครัฐในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

อีกทั้ง ยังสะท้อนถึงความตั้งใจที่แน่วแน่ของทั้งภาครัฐและเอกชนในการยกระดับมาตรฐานสินค้าและสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมดิจิทัล ตอกย้ำนโยบาย “Save อุตสาหกรรมไทย” ของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการคุ้มครองผู้บริโภค และช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการไทย


ทำอย่างไร เมื่อซื้อขายของออนไลน์แล้วโดนโกง 
1. การแจ้งความดำเนินคดี ควรแจ้งให้เร็วที่สุดหรือภายใน 3 เดือนนับแต่เกิดเหตุ หรือถูกผิดนัดส่งมอบสินค้า เนื่องจากคดีฉ้อโกงเป็นความผิดอันยอมความได้ และมีอายุความเพียง 3 เดือน 
2. พยานหลักฐานที่ต้องนำไปแจ้งความ
2.1 ภาพโปรไฟล์ของผู้ขายสินค้า
2.2  โพสต์ที่ประกาศขายสินค้า
2.3 ข้อความการพูดคุยระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
2.4 บัญชีของร้านค้าที่ได้โอนเงินไป และสำเนาบัญชีของผู้แจ้งความ
2.5 สลิปการโอนเงินชำระค่าสินค้า หรือใบนำฝากที่จ่ายให้ร้านค้า
2.6 ลิงก์ URL ของเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียทุกช่องทางของร้านค้า
2.7 สำเนาบัตรประชาชน
3. ข้อหาที่ใช้แจ้งความ/โทษที่ได้รับเมื่อกระทำผิด 
• ปัญหาซื้อของแล้วไม่ได้ของ ถือเป็นความผิดข้อหาฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
• หากทราบว่าในหน้าเพจหรือโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลผู้เสียหายจำนวนมาก สามารถแจ้งความในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” ได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 ที่ว่า “ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
• การใช้ข้อความ รูปภาพสินค้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นข้อมูลปลอมหรือเท็จเพื่อหลอกลวงให้ได้รับความเสียหาย ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14  มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท 
4. การขอให้อายัดบัญชี
• ให้ตำรวจดำเนินการ สามารถแจ้งให้พนักงานสอบสวนออกคำสั่ง “อายัดบัญชี” ได้ จากนั้นพนักงานสอบสวนจะส่งเลขบัญชีให้ธนาคารตรวจสอบเพื่อดำเนินการอายัดบัญชี
• ดำเนินการเองที่ธนาคาร ให้นำใบแจ้งความที่ถ่ายสำเนาเอกสารไว้ นำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ธนาคารของบัญชีที่ได้โอนเงินไปให้ (บัญชีรับเงิน) สาขาใดก็ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้กรอกเอกสารพร้อมระบุว่าต้องการได้เงินคืน แล้วเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจสอบเพื่อดำเนินการอายัดบัญชีดังกล่าว
5. สามารถดำเนินการแจ้งความได้ที่
• สถานีตำรวจใกล้บ้าน
• สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ (สน.ที่ได้โอนเงิน)
• กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 
(บก.ปอท) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ tcsd.go.th หรือโทร. 02 – 143 - 8447 หรือ 
02 - 143 - 8763
• กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) 
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคาร B ชั้น 4 โทร. 02 – 143 - 9225 สายด่วน 1135


ที่มา : สภาองค์กรของผู้บริโภค
 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar