(9 มกราคม 2568) เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการการแก้ปัญหาพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว พร้อมรับฟังภาพรวมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตและแนวทางการแก้ปัญหาด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมถึงผลักดันภูเก็ตเป็น Premium Destination และรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ (Big Event) โดยมีนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมประชุม โดยนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวรายงานสรุปว่า
• รายได้ส่วนใหญ่ของจังหวัดภูเก็ตมาจากภาคการท่องเที่ยวและบริการ ร้อยละ 92.9 รายได้จากการท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2567 มีมูลค่ากว่า 481,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2566 ร้อยละ 24 เป็นอันดับ 1 ของภาคใต้
• มีนักท่องเที่ยว ในปี พ.ศ. 2567 จำนวน 12,898,898 คน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2566 ร้อยละ 14.14
มีเที่ยวบินตรงจากประเทศต่าง ๆ 21 ประเทศ รวมกว่า 53 เมือง ปัจจุบันมีเที่ยวบินเฉลี่ยสัปดาห์ละกว่า 2,572 เที่ยว หรือ 368 เที่ยวบินต่อวัน
• มีท่าเรือน้ำลึกเพื่อรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ขาเข้า – ขาออก เฉลี่ย 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ รวมถึงท่าเรือมารีน่ารองรับเรือยอร์ชที่ทันสมัยในระดับโลกถึง 5 แห่ง มีเที่ยวเรือขาเข้า – ขาออก เฉลี่ย สัปดาห์ละ 13 ลำ
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำเสนอประเด็นการพัฒนาพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน จำนวน 6 ประเด็น ได้แก่
1. การจัดการจราจร ขอเร่งรัดและขอรับการสนับสนุน ดังนี้
(1) โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่อยู่ระหว่างดำเนินการของกระทรวงคมนาคม 4 โครงการ ได้แก่ 1) อุโมงค์กะทู้ - ป่าตอง ดำเนินการโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 2) ทางพิเศษ เมืองใหม่ – เกาะแก้ว - กะทู้ ดำเนินการโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 3) การขยายช่องจราจร ทางหลวง 4027 (พารา-เมืองใหม่) ดำเนินการโดยกรมทางหลวง และ 4) การก่อสร้างทางยกระดับเมืองใหม่ – สามแยกเข้าสนามบินภูเก็ต ดำเนินการโดยกรมทางหลวง
(2) โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่ดำเนินการโดยจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ 1) สามตระกูลภูเก็ต (เอกวานิช กุลวานิช และศักดิ์ศรีทวี) บริจาคที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ เส้น ภก. 3030 - อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ความยาว 6 กิโลเมตร กว้าง 12 เมตร 2) การปรับปรุงถนนสายรองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัด 18 สายทาง 3) การปรับปรุงถนนสายรอง อ้อมหลังวัดท่าเรือไปเชิงทะเล (ทางหลวง 4025 – ภก. 3030) ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง
(3) โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรของจังหวัดภูเก็ตด้วยระบบไฟจราจร AI ดำเนินการโดยแขวงทางหลวงภูเก็ต
(4) ระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้ารางเบา
2. การจัดการน้ำ ได้แก่ 1) น้ำดี (น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค) การให้บริการประชาชน ติดลบ 0.5 คิว/ปี ซึ่งหากไม่มีโครงการบริหารจัดการความจุของอ่างเก็บน้ำให้ดีอาจส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต อันเนื่องมาจากการขยายตัวของเมืองและการเพิ่มขึ้นของประชากรในพื้นที่ 2) น้ำเสีย ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีศักยภาพในการบำบัดน้ำเสีย 85,862 คิว/วัน ซึ่งยังไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด โดยจังหวัดได้ร่วมกับ China Water Environment Group ประเทศจีน ในการศึกษาสำรวจและออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย 10 แห่ง โดยใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการต่อไป
3. การจัดการขยะ จังหวัดภูเก็ตมีปริมาณขยะโดยเฉลี่ย 1,100 ตันต่อวัน ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตกำลังก่อสร้าง เตาเผาตัวที่สองที่จะกำจัดขยะได้ 500 ตันต่อวัน เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ด้วยเหตุนี้จังหวัดจำเป็นต้องมีศูนย์กำจัดขยะแห่งใหม่ (แห่งที่สอง) ที่จะดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ที่บริเวณสวนป่าบางขนุน อำเภอถลางต่อไป
4. การจัดการภัยพิบัติ 1) น้ำท่วม จังหวัดภูเก็ตขอรับการสนับสนุนโดยใช้งบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อจัดทำโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม คลองท่าเรือ - เกาะแก้ว และคลองนาลึก ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง งบประมาณ 263,600,000 บาท ดำเนินการโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่ง และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน 2) ดินถล่มจังหวัดภูเก็ต ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงการเกิดดินถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตามการศึกษาพื้นที่เสี่ยงของกรมทรัพยากรธรณี โดยเฉพาะในพื้นที่กะรน และพื้นที่กมลา ดำเนินการโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต และศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต
5. ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ตขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการดำเนินโครงการสร้าง ความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วยระบบกล้องวงจรปิด และการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ผ่านอาสาสมัครต่าง ๆ
6. การรักษาสุขภาพ จังหวัดภูเก็ตขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์มะเร็ง - รังสีรักษา โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่
ผลักดัน จ.ภูเก็ต “พรีเมียมการท่องเที่ยว”
นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการส่วนราชการในจังหวัดภูเก็ตและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวว่า ลงพื้นที่มาติดตามงาน ซึ่งอย่างที่เห็นปีที่แล้วมีนักท่องตัวเลขใกล้กลับเข้ามาเหมือนเดิมก่อนช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 แล้ว ถือว่ามีการปรับตัวที่ดีนักท่องเที่ยวประมาณเกือบ 1/4 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดมาจังหวัดภูเก็ต
ซึ่งอยากจะให้เน้นเรื่อง “พรีเมียมท่องเที่ยว” รวมทั้งอยากให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น เพราะอยากจะสนับสนุนชาวบ้านที่ทำมาค้าขายตรงนี้ให้เต็มที่ และแนวทางในการทำ “โบ้ทแท็กซี่” (Boat Taxi) ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมทั้งการท่องเที่ยวและการเดินทางในทุกท่าเรือของจังหวัดภูเก็ต หากเอกชนเข้ามาช่วยอย่างเต็มที่รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ทั้งใบอนุญาตหรือท่าเรือที่ปลอดภัย ก็สามารถเกิดอีกธุรกิจขนาดใหญ่ในภูเก็ตได้
• ด้านการเดินทางในพื้นที่ภูเก็ต ถนนหลักสาย 402 เมื่อมีปริมาณคนใช้มากขึ้น จึงสั่งการว่าการก่อสร้างที่ได้รับงบประมาณแล้วขอให้เร่งให้แล้วเสร็จเพราะจะช่วยประชาชนได้เป็นอย่างมาก เช่น
มีการก่อสร้าง 19 จุด ในพื้นที่ 25 กิโลเมตร ต้องใช้ความร่วมมือจากจังหวัดและตำรวจ ซึ่งต้องสื่อสารกับประชาชน รวมทั้ง Mass Transport ที่เชื่อมต่อเมื่อนักท่องเที่ยวถึงสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง ก็มีความจำเป็นซึ่งต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ไม่ได้แปลว่าแย่งหรือทำลายบางอาชีพลง แต่เป็นการปรับตัวให้เกิดอาชีพใหม่ ๆ โดยการจัดการคมนาคมในระยะสั้นซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะกว่าจะก่อสร้างแต่ละจุดแล้วเสร็จใช้เวลาหลายปี พร้อมกับการส่งเสริมรถขนส่งมวลชนไฟฟ้า หรือบัสอีวี เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น โดยต้องดูว่าการเพิ่มจำนวนใช่คำตอบที่แท้จริงหรือไม่ จึงอยากให้พิจารณาเรื่องนี้ให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นการใช้งบประมาณโดยไม่เห็นผลต่าง
• ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรี ระบุว่า นโยบายเรื่อง Soft Power กำลังจะเน้นย้ำในเรื่องการจัดให้ประเทศไทยมีเทศกาลด้านการท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ในพื้นที่ภูเก็ต โดยตำรวจท่องเที่ยวอยากให้มีการจัดการประชุมแยกออกมาเพราะอยากให้มีการจัด (Reset) ระบบใหม่ ควรที่จะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เพราะการท่องเที่ยวถ้ามีการใช้ AI หรือเทคโนโลยี ให้สามารถเช็กข้อมูลได้ทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาบุคลากรอยากให้ภาครัฐซัปพอร์ตอย่างไรขอให้มาพูดคุยกัน เพราะรายได้ของการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลัก จึงต้องโฟกัสตรงนี้และดูแลให้ดี
• การปราบผู้มีอิทธิพล ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโฟกัสเรื่องนี้จริงจังเพราะไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ได้รับการดูแล หรือผู้มีอิทธิพลทำให้ประชาชนเป็นหนี้เป็นสิน ถูกขู่เข็ญเรื่องเงินทอง เรื่องการโดนหลอก ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีปัญหา จึงอยากเน้นย้ำให้ใช้กฎหมายอย่างจริงจังเด็ดขาด เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว ไม่อยากให้มีการละเว้น จะทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยและประเทศชาติมีระเบียบมากขึ้น
• การแก้ไขปัญหาเรื่องขยะ อยากให้พื้นที่จังหวัดจัดทำการรณรงค์ การคัดแยกขยะ
นายกฯ เปิดงาน Thailand International Boat Show A Luxury Lifestyle Event 2025
เวลา 11.45 น. ณ ท่าเทียบเรือ ภูเก็ต ยอร์ช ฮาเว่น จังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน Thailand International Boat Show A Luxury Lifestyle Event 2025 โดยมี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของอุตสาหกรรม
การท่องเที่ยวทางทะเลในประเทศไทยร่วมงาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้มาที่จังหวัดภูเก็ต และได้มาร่วมงานพิธีเปิด รัฐบาลได้สนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากของประเทศ เป็นรายได้หลักให้ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และขณะนี้ตัวเลขของนักท่องเที่ยวกลับมาใกล้ตัวเลขก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 แล้ว และตัวเลขนักท่องเที่ยวของภูเก็ตก็เพิ่มขึ้นมาก ขอชื่นชมและขอแสดงความประทับใจกับชาวภูเก็ต รวมถึงทุกคนที่มาประกอบอาชีพในจังหวัดภูเก็ตด้วย โดยงานดังกล่าวตอบโจทย์ให้กับนักท่องเที่ยวที่มีความลักซ์ชัวรี
ซึ่งคนไทยที่มีความสามารถ มีทั้งอู่ซ่อม มีทั้งการบริการต่าง ๆ ที่ตอบสนองชาวต่างชาติ รวมถึงตอบสนองนักท่องเที่ยวที่มีไลฟ์สไตล์ได้เข้ามาใช้ชีวิตช่วงวันหยุดต่าง ๆ ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าจังหวัดภูเก็ตมีการท่องเที่ยวทางเรือ เพื่อให้คนมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่และสนับสนุนมาโดยตลอด ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเอกชนมากมายที่เริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับการเดินทางทางน้ำและเรือยอร์ชต่าง ๆ จึงอยากสนับสนุนในการช่วยประสานงานกับทางราชการเพื่อลดขั้นตอน เพราะถือเป็นส่วนสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยหมุนเวียน ทำให้เกิดการท่องเที่ยว เกิดการลงทุนเพิ่มมากขึ้น
สำหรับงาน Thailand International Boat Show A Luxury Lifestyle Event 2025 ครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่าง 9 - 12 มกราคม 2568 ณ ภูเก็ต ยอร์ช เฮเว่น มารีน่า จังหวัดภูเก็ต การจัดงานในปีนี้ตอกย้ำภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวลักซ์ชัวรี และซอฟต์พาวเวอร์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมทางทะเลไทย โดยคาดมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 6,000 คน จากทั่วโลก และคาดว่าสามารถสร้างรายได้มากกว่า 1 พันล้านบาทให้กับภาคการท่องเที่ยวทางทะเล
ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
เวลา 14.20 น. ณ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรีตรวจติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้พบปะทักทายประชาชนที่มาให้การต้อนรับ พร้อมมอบดอกกุหลาบสีแดงเพื่อแสดงความรักและเป็นกำลังใจในการทำงานให้นายกรัฐมนตรี ก่อนรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ จากนายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดี กรมชลประทาน
อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางก่อสร้างระหว่างปี 2546 - 2551 ในยุค
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้งบประมาณกว่า 600 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตไม่เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภค และปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง ปริมาณน้ำดิบที่จะนำมาใช้ในการผลิตน้ำประปาจากอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานมีปริมาณไม่เพียงพอที่จะรองรับการใช้น้ำของจังหวัดได้ จังหวัดจึงเล็งเห็นการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน โดยการขุดลอกตะกอนดินอ่างเก็บน้ำบางวาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักน้ำ ในระยะที่ 1 จะเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกัก 150,000 ลูกบาศก์เมตร โดยจะช่วยเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งและจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับผลิตน้ำประปา เพื่ออุปโภคบริโภค ซึ่งการดำเนินการขุดลอกจะดำเนินการในช่วงที่น้ำในอ่างน้อย คือ ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ปี
นายกรัฐมนตรีได้ชมอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ พร้อมสอบถามถึงสาเหตุที่ผ่านมาไม่สามารถขยายอ่างเก็บน้ำได้มาจากสาเหตุใด ได้รับการชี้แจงว่า เพราะอยู่ที่วิธีการทำ ไม่มีพื้นที่ด้านข้าง ส่วนพื้นที่คลองโตนดหากสามารถสร้างได้แล้วเสร็จจะช่วยให้ผันน้ำมายังคลองบางเหนียวดำได้ และขณะนี้ติดอยู่ที่เรื่องปัญหาการเวนคืนที่ดิน เนื่องจากมีมูลค่าที่สูงมากและมีพื้นที่ 50 ไร่ โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้หารือกับกรมชลประทานจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ขอให้ยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่สามารถรอได้
ผุดโครงการพัฒนาศูนย์กลางการขนถ่ายปลาทูน่าในเอเชีย (Tuna Hub)
นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต พร้อมรับฟังแนวทางการปรับปรุง พัฒนา และแก้ไขปัญหาของชาวประมงและผู้ประกอบการในพื้นที่ ณ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยท่าเทียบเรือดังกล่าวมีศักยภาพในการขนถ่ายปลาทูน่าจากเรือประมงประเทศไต้หวัน ในช่วงปี 2555 - 2564 มีเรือประมงจากประเทศไต้หวันขึ้นขนถ่ายปลาทูน่าหลายชนิดรวมปริมาณ 11,926,777 กิโลกรัม
กระทรวงเกษตรฯ โดยองค์การสะพานปลา จึงมีแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต และยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมงและผู้ประกอบกิจการด้านประมงขึ้นอย่างยั่งยืน ได้จัดทำโครงการพัฒนาศูนย์กลางการขนถ่ายปลาทูน่าในเอเชีย (Tuna Hub) เพื่อครัวไทยสู่ครัวโลก ที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต
• เพิ่มประสิทธิภาพในการขนถ่าย สถานที่จำหน่ายสัตว์น้ำ การจัดระเบียบเรือประมงและด้านสุขอนามัย นำพื้นที่เรือประมงใช้ขนถ่ายและซื้อขายสินค้าสัตว์น้ำเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานสุขลักษณะการดูแลรักษาสัตว์น้ำ โดยการสร้างผนังเขื่อน
กันดิน ขุดลอกร่องน้ำหน้าท่าเทียบเรือ
• ปรับปรุงก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสิ่งอำนวยความสะดวกท่าเทียบเรือรองรับการขนถ่ายปลาทูน่า เพื่อให้เรือประมงสามารถเข้ามาเทียบในท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตได้ แก้ไขปัญหาร่องน้ำตื้นเขินและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงและผู้ประกอบการที่เข้ามาใช้บริการในบริเวณท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้เรือประมงและเรือทั่วไปสัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว
• นำเรือประมงต่างประเทศเข้าขนถ่ายปลาทูน่า เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตในการเป็นศูนย์กลางของการนำเข้าและส่งออกปลาทูน่า (Tuna Hub) พัฒนาธุรกิจสินค้าประมงด้านการนำเข้าและส่งออกปลาทูน่าผ่านท่าเทียบเรือประมงนานาชาติภูเก็ต
พัฒนาพื้นที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต สร้าง Fish Market
กระทรวงเกษตรฯ โดยองค์การสะพานปลา ได้ขับเคลื่อนเรื่องการส่งเสริมด้านการตลาดสินค้าสัตว์น้ำและอุตสาหกรรมการประมง พร้อมดำเนินการหรือควบคุมและอำนวยบริการซึ่งกิจการแพปลา การขนส่ง และกิจการอื่น ๆ อันเกี่ยวกับกิจการแพปลา อีกทั้งยังส่งเสริมฐานะ สวัสดิการ หรืออาชีพของชาวประมง และส่งเสริมสหกรณ์หรือสมาคมการประมง โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์การสะพานปลา สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาภาคใต้ ปี 2566 - 2570 ของรัฐบาล ทั้งในเรื่อง P-Premium Services & Tourism (การท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำ) การยกระดับบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย และมีมูลค่าสูง และ A-Agro-based Industries and Organic Farming (อุตสาหกรรมการเกษตรและเกษตรอินทรีย์) การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
ในปี 2567 มีจำนวนเรือประมงพาณิชย์ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ธ.ค. 67) จำนวน 346 ลำ และข้อมูลจากองค์การสะพานปลา (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 67) มีปริมาณสัตว์น้ำผ่านท่า จำนวน 27,263,766.50 กิโลกรัม มูลค่า 1,635,321,970 บาท เรือเข้ามาขนถ่ายสินค้า จำนวน 25,292 เที่ยว รถยนต์เข้ามาบรรทุกขนถ่ายสินค้า จำนวน 21,401 เที่ยว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุด้วยว่า ตั้งใจมารับฟังปัญหาของพี่น้องชาวประมงและพัฒนาท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ซึ่งตั้งใจที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็น Fish Market โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาพื้นที่ทั้งในมิติของการสร้างรายได้และผลประโยชน์ตอบแทนที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมประมงไปสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อไป โดยจะต้องมีการจัดสรรพื้นที่ ทั้งการเพิ่มพื้นที่ในการจอดเรือประมง ลดความแออัด ซึ่งจะต้องมีการขุดลอกและขยายพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง และลดผลกระทบระหว่างภาคการประมงและภาคการท่องเที่ยวด้วย