ปภ. ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนน้ำท่วม กองทัพบก เร่งขนย้ายสิ่งของช่วยเหลือประชาชน

(8 ก.ย. 68) กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังหรือน้ำรอการระบาย โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ช่วงวันที่ 9–11 กันยายน มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 12–14 กันยายน ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะเริ่มมีฝนลดลง ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในพื้นที่เขตลาดกระบังมีฝนตกสูงสุดถึง 94 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำลาดกระบังสูงเกินระดับวิกฤติ +0.35 เมตร การระบายน้ำทำได้จำกัด เนื่องจาก จ.ฉะเชิงเทรา มีปริมาณน้ำมากไม่สามารถรองรับน้ำได้ จำเป็นต้องปรับการระบายน้ำผ่านประตูน้ำพระโขนงลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก เพื่อรองรับสถานการณ์ต่อไป
จังหวัดสมุทรปราการ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ ส่งหนังสือถึงทุกหน่วยงานให้เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุและช่วยเหลือประชาชน จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าถึงครัวเรือนที่ถูกน้ำท่วมโดยด่วน โดยให้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสำรวจทุกซอย ทุกหมู่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวก พร้อมประสานทุกพื้นที่จัดเจ้าหน้าที่เวรประจำจุดน้ำท่วมขัง และพร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง 
ขณะเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนหลายพื้นที่ 
• เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำป่าสัก ที่สถานี S.42 ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และใกล้ล้นตลิ่ง
• ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.จันทบุรี อ.เมืองฯ อ.แหลมสิงห์ อ.ขลุง อ.มะขาม อ.เขาคิชฌกูฏ ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่เสี่ยงลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา
• แม่น้ำปราจีนบุรีล้นตลิ่งในหลายตำบล เช่น ต.วังดาล ต.กบินทร์ ต.เมืองเก่า ต.ย่านรี ต.บ่อทอง ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี และพื้นที่ใกล้เคียง 
• เขื่อนเจ้าพระยาปรับอัตราระบายน้ำเพิ่มเป็น 1,700 ลบ.ม. ต่อวินาที ส่งผลกระทบประชาชน

นอกคันกั้นน้ำ ที่ ม.1, 2 และ 3 ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ขอให้ยกของขึ้นที่สูง ดูแลกลุ่มเปราะบาง 
ด้านกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท (เวลา 06.00 น.) สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,982 ลบ.ม. ต่อวินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขา ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได ในอัตราไม่เกิน 2,000 ลบ.ม. ต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อน ขณะที่ ปริมาณฝนตกหนักท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และใน จ.ลพบุรี ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าคลองชัยนาท–ป่าสักเพิ่มขึ้น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ ปรับลดการระบายน้ำจาก 200 ลบ.ม. ต่อวินาที เหลือ 150 ลบ.ม. ต่อวินาที ช่วงวันที่ 8–10 กันยายน เพื่อบรรเทาผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเจ้าท่าอยุธยา ออกประกาศฉบับที่ 17/2568 เรื่อง กำหนดแนวทางการสัญจรในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักเป็นการเฉพาะชั่วคราว นายกองตรี ดร.ภาณุพงศ์ ศิริ นายอำเภอบางปะอิน ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ มีมติเสนอให้จังหวัดพิจารณาประกาศให้ อ.บางปะอิน เป็นพื้นที่ประสบภัย จำนวน 10 ตำบล 78 หมู่บ้าน เพื่อเตรียมมาตรการช่วยเหลือต่อไป พร้อมสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการกับทุกภาคส่วน ดูแลประชาชนในการขนย้ายสิ่งของและจัดสถานที่รับรองประชาชนกรณีฉุกเฉินทุกตำบล ทางด้านกองพันทหารม้าที่ 27 ให้ความช่วยเหลือบ้านเรือนของประชาชน สถานที่ราชการที่ประสบภัยน้ำท่วม บริเวณริมแม่น้ำน้อย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายบ้านของนางทับทิม จิตรสมชีพ และบ้านของนายอดิศักดิ์ ภิณญโภชน์ ต.หัวเวียง อ.เสนา ขณะที่ หน่วยทหารม้าที่ 5 กองพันทหารม้าที่ 23 รักษาพระองค์ จัดกำลังพลของหน่วย ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ลงเรือแจกจ่ายสิ่งของยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่
จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีมวลน้ำจากทางภาคเหนือและการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำยมมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านนายสำเริง ณรงค์เดชา ผู้อำนวยการ ส่วนอุทกวิทยาที่ 1 นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ส่วนอุทกวิทยาที่ 1 ได้แจ้งเตือนภัยระดับสัญญาณไฟสีเหลือง เกี่ยวกับระดับน้ำในพื้นที่ อ.หนองบัว ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลระดับน้ำของสถานีเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ที่บ้านอุดมพัฒนา ต.วังบ่อ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
จังหวัดชลบุรี ปภ.จังหวัดชลบุรี รายงานจากฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ส่งผลให้ 4 อำเภอ ได้แก่ เมืองชลบุรี ศรีราชา บางละมุง และสัตหีบ รวม 13 ตำบล 37 ชุมชน/หมู่บ้าน และถนนสายหลัก–สายรองกว่า 16 เส้นทางได้รับผลกระทบ พื้นที่ อ.เมืองชลบุรี หลายชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุขและอ่างศิลาถูกน้ำเอ่อเข้าท่วม ถนนสุขุมวิทบริเวณตลาดหนองมนและถนนข้าวหลามถูกน้ำท่วมขังรอการระบายสูงจนสัญจรลำบาก เทศบาลเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายออกอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันระดับน้ำหลายจุดเริ่มลดลง แต่ยังมีฝนตกประปราย
ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย โดยกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ จัดกำลังพล ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ พื้นที่เทศบาลเมืองแสนสุข มีจำนวน 25 ชุมชน เส้นทางการจราจร ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 สายทาง ได้แก่ ถนนสุขุมวิท (บริเวณหน้าตลาดนัดจตุจักร, หน้าตลาดหนองมน) ขาออกบางแสน ถนนข้าวหลาม และถนนเลี่ยงตลาดหนองมน ทั้งนี้ หน่วยได้จัดชุดจิตอาสาประสานส่วนที่เกี่ยงข้องให้ความช่วยเหลือ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเตรียมกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำ
นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งให้อาสาสมัครเครือข่ายใน จ.กาญจนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 8–10 กันยายน พร้อมวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตรต่อ 24 ชั่วโมง ขอให้ประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำยกสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง สังเกตสัญญาณเตือนภัย เช่น น้ำเปลี่ยนสีหรือมีเศษซากไม้ไหลมา หลีกเลี่ยงการข้ามทางน้ำหรือทำกิจกรรมในลำน้ำ ควรมีเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมพร้อมอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยสามารถติดต่อศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย โทร. 02 621 9701 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.dmr.go.th/ธรณีพิบัติภัย
 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar