(11 ก.ย. 69) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานแถลงผลการจัดทำฐานข้อมูลการเกษตรบูรณาการและสถิติการเกษตรของประเทศ (One Data) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกัน สำหรับใช้ในการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน
นายไชยชนก กล่าวว่า การขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยข้อมูล One Data เป็นโครงการสำคัญในการวางรากฐานที่สำคัญที่สุดในยุคดิจิทัล เพื่อให้ผู้บริหารมีความสามารถในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำ เกษตรกรสามารถตัดสินใจในการดำรงชีวิตในการประกอบอาชีพได้แม่นยำขึ้น ท่ามกลางความท้าทายของความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งโลกร้อนขึ้น น้ำท่วมบ่อยขึ้น เอลนีโญ สภาวะโลกเดือด รวมถึงความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบในเวทีโลกที่หลากหลายมิติ โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมัน และความไม่มั่นคงทางอาหารที่เป็นทั้งวิกฤตและโอกาสให้แก่ทุกประเทศโดยเฉพาะประเทศไทย ดังนั้นการสร้างความมั่นคงภาคการเกษตรจึงเป็นภารกิจสำคัญ หากภาคการเกษตรมีเสถียรภาพประเทศจะมั่นคงมากขึ้น ขณะที่โลกดิจิทัลมีความสำคัญในหลากหลายมิติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงมีภารกิจในการสนับสนุนงานของหลายหน่วยงานในการเปลี่ยนถ่ายจากรูปแบบเดิมไปสู่โลกยุคดิจิทัลเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อวิถีชีวิตประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยมุ่งมั่นยกระดับเกษตรกรไทยด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิทัล เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เพิ่มความมั่นคงในวิถีชีวิตประจำวัน ที่ผ่านมาสำนักงานสถิติแห่งชาติ
มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลของประเทศทุกภาคส่วน เพื่อนำไปพัฒนานโยบายต่าง ๆ แต่ในวันนี้ข้อมูลดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนโลกยุคดิจิทัลในปัจจุบัน การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐนับเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับการให้บริการ การสร้างสวัสดิการแก่ประชาชน และยังช่วยให้การกำหนดนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และในปีนี้มีโครงการ One Data เป็นการนำข้อมูลมารวบรวมวิเคราะห์ เพื่อให้แผนงานด้านการเกษตรมีประสิทธิภาพมากขึ้นท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไป จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนข้อมูลการเกษตรให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำ ข้อมูลสะท้อนความท้าทายสำคัญของภาคเกษตร
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมผลักดันเทคโนโลยี Smart Farming และทักษะดิจิทัลเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านโครงสร้างอายุของเกษตรกร เพื่อสร้างแรงจูงใจดึงดูดคนรุ่นใหม่หรือลูกหลานเกษตรกรให้กลับมาร่วมพัฒนาอาชีพเกษตรกรในบ้านเกิด เปลี่ยนมุมมองเกษตรกรแบบเดิม สู่เกษตรยุคใหม่ที่สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งจากฐานข้อมูล One Data พบว่า ประชากรไทยราวร้อยละ 35 อยู่ในภาคการเกษตร แต่มีอายุเฉลี่ยสูงถึง 59 ปี หากไม่มีคนรุ่นใหม่สืบทอด ภาคการเกษตรจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขาดแคลนแรงงาน กำลังการผลิต ความมั่นคงทางอาหาร และขีดความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่า ข้อมูลที่จัดทำในครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงข้อมูลประจำปีอีกต่อไป แต่จะเป็นเข็มทิศนำทางการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก One Data จะถูกใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์เพื่อออกแบบมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินและแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลเกษตรกรกับข้อมูลหนี้สินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสถาบันการเงินอื่น ๆ จะช่วยให้รัฐบาลเห็น โครงสร้างหนี้ที่แท้จริงของเกษตรกรแต่ละราย เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรได้ตรงจุด อีกทั้ง ย้ำให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำข้อมูลให้เข้าใจง่าย ออกแบบแพลตฟอร์มให้เกษตรกรได้ใช้ด้วย ใช้เครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัลในทุกพื้นที่ สอนเกษตรกรที่ไม่ใช้สมาร์ตโฟน
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า One Data ทำให้เห็นความหลากหลายของเกษตรกรและพื้นที่ ทั้งกิจกรรมการผลิต ศักยภาพ ทรัพยากร ปัญหา และความต้องการที่แตกต่างกัน ข้อมูลที่เชื่อมโยงกันจะช่วยให้ภาครัฐกำหนดมาตรการได้ ตรงกลุ่ม ตรงพื้นที่ และตรงปัญหา มากขึ้น มุ่งเชื่อมโยงข้อมูลกับเทคโนโลยีดิจิทัล และ Smart Farming ให้เหมาะสมกับเกษตรกรแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่ และส่งเสริมการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำและความเสี่ยงด้านการเกษตร One Data ต้องก้าวจาก “Data Integration” สู่ “Data Utilization” และ “Data-Driven Agriculture” เพื่อให้ข้อมูลนำไปสู่การแก้ปัญหาและประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เดินหน้าจาก “ข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว” สู่ “การทำงานที่เป็นหนึ่งเดียว” เพื่อยกระดับภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ทั้งนี้เห็นว่า One Data เป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงและใช้ประโยชน์ได้อย่างมาก สิ่งสำคัญคือระยะต่อไปต้องพัฒนาให้เป็นระบบที่มีความต่อเนื่อง สามารถสร้างประโยชน์ได้จริง ดังนั้น One Data ต้องประกอบด้วย
3 เรื่อง คือ 1. ความต่อเนื่องของข้อมูล 2. ความต่อเนื่องของการใช้ประโยชน์ 3. ความต่อเนื่องของความร่วมมือ
ย้ำว่าเป้าหมายของ One Data ไม่ควรหยุดที่การมีฐานข้อมูลกลางแต่ควรพัฒนาไปสู่ระบบบริหารภาคการเกษตร
ที่ใช้ข้อมูลร่วมกัน เป็นการเปลี่ยนจาก One Data ไปสู่ One Agriculture Management ซึ่งไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนวิธีการทำงานของภาครัฐ สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ฐานข้อมูลที่ทันสมัย แต่คือการนำข้อมูลไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้น การจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดเพื่อให้การบริหารภาคการเกษตรสามารถตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรได้อย่างแท้จริง
นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานโครงการ One Data ในปี 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลภาคการเกษตร 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม และการยางแห่งประเทศไทย การดำเนินงานครั้งนี้ ได้รวบรวมข้อมูลจาก 6 หน่วยงานได้มากกว่า 300 ล้าน Records และรายการข้อมูลมากกว่า 1,000 รายการ โดยนำข้อมูลที่มีโครงสร้างและรูปแบบการจัดเก็บที่แตกต่างกันมาจัดทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน มีความเป็นเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน ทั้งการนิยาม รายการข้อมูล การจำแนกประเภท และรหัสข้อมูล เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากหน่วยงาน ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะนำมาดำเนินการเชื่อมโยงต่อไป โดยมีเป้าหมายในปี 2570 ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลให้ครบ 15 หน่วยงาน ตามแผนการดำเนินงาน พร้อมขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานใหม่ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และ Agritech Startup เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภาคการเกษตรของประเทศให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเกษตรกร
จากข้อมูล One Data พบข้อมูลสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรกรไทย ได้แก่
• เกษตรกรทั่วประเทศ 9.1 ล้านราย
• อายุเฉลี่ยของเกษตรกร 59.1 ปี
• เกษตรกร ร้อยละ 65 มีอายุ 55 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58.2 ในปี 2566
• เกษตรกรมีรูปแบบการผลิตที่หลากหลาย ทั้งการทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว และการทำการเกษตรหลายอย่างในพื้นที่เดียวกัน
• เกษตรกร 5.2 ล้านรายปลูกข้าว ซึ่งกระจายอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังมีการผลิตสินค้าเกษตรที่แตกต่างกันตามลักษณะของแต่ละพื้นที่ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ปาล์มน้ำมัน ไก่ โค สุกร ปลานิล และกุ้ง ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างและความหลากหลายของภาคการเกษตรไทย ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นฐานในการวางแผนและกำหนดนโยบายด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับบริบทของเกษตรกรและพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น มุ่งสู่การใช้ข้อมูลร่วมกันเพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการ One Data เกษตร ประสบความสำเร็จในการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลด้านพืช ปศุสัตว์ และประมงเข้าสู่แพลตฟอร์มกลาง
ก้าวต่อไป คือ การพัฒนา One Data ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลการเกษตรของประเทศ พร้อมมาตรฐานข้อมูลและธรรมาภิบาลที่เป็นสากล มุ่งยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและ
ส่งต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์กลับสู่เกษตรกรและประชาชน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ให้ One Data เป็น โมเดลต้นแบบการบูรณาการข้อมูลภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนเกษตรกรรมไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน